q-o-o-p.com

What is addiction? “ภาวะเสพติด”

🧸 ถึงเวลาเขียนเต็มๆ สักทีกับคำว่า “ยาเสพติด” เป็นอีกคำที่ผมมักจะชอบถามคนมากมาย แต่คำตอบของคนส่วนใหญ่คือ เหมารวม แต่จริงแล้วมันแยกจากกันคือ “ยา” กับ “เสพติด” ขอเริ่มที่นิยามของ “ภาวะเสพติด” (addiction) ก่อนและกัน

👩‍⚕ กรมสุขภาพจิต ให้นิยามที่น่าสนใจของ “ภาวะเสพติด” (addiction) คือ ผลมาจากการเปลี่ยนของสารเคมีในสมอง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้แอลกอฮอล์หรือยาอย่างไม่สามารถต้านทานต่อแรงผลักดันทางจิตใจได้ ซึ่งครอบคลุมถึง “การใช้” ในปริมาณมากเกินไป อันเป็นการบ่อนทำลายสุขภาพ ความสัมพันธ์ หน้าที่การงาน และส่วนอื่น ๆ ของชีวิตปกติ นิยามข้างต้นได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยเกี่ยวกับสมอง ขณะที่ผลการศึกษาบางชิ้นบ่งชี้ว่า การเล่นเกมมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสมองในลักษณะเดียวกัน 🕹

ขอขยายข้อความจากด้านบนเริ่มจาก ผลมาจากการเปลี่ยนของสารเคมีในสมอง ตัวอย่างที่ดีสุด คือ สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดพามีน (dopamine) เมื่อโดพามีนหลั่งออกมามากเกินไป จะทำให้เกิดสภาวะอาการเสพติดหรืออาการเสพติด สามารถเกิดได้หลายรูปแบบเช่น

การเสพติดวัตถุ

ไม่ว่าจะเป็น แอลกฮอล์ ยา คาแฟอีน งานวิจัยอันหนึ่งที่น่าสนใจคือ America’s First Amphetamine Epidemic คือ เมทแอมเฟตามีน (methamphetamine) มาจากการสังเคราะห์เท่านั้น ไม่สามารถหาได้จากตามธรรมชาติ หรือในรูปแบบเกล็ดที่เรียกว่ายาไอซ์ (ice, crystal meth) หรือผสมสารอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น กาเฟอีน (caffeine) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นเช่นกัน เมทแอมเฟตามีนที่นำมาเสพเพื่อ ความบันเทิงทั้งในและต่างประเทศนั้นมักอยู่ในรูปแบบเกลือไฮโดรคลอไรด์ แต่ในทางการแพทย์เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อรักษาโรคซึมเศร้า อ่านต่อได้ที่นี้

นิยามของคำว่าการเสพติดนี้ไม่ได้จำเพาะเจาะจงอยู่แต่กับการใช้ “ยาเสพติด” เท่านั้น

การเสพติดการกระทำ

เช่น การพนัน ช้อปปิ้ง เกมส์ สมาร์ดโฟน อินเทอร์เน็ท แต่มีงานวิจัยที่น่าสนใจ ว่าเหตุผลที่ทำให้ คนชอบไลก์ จากผลสำรวจของการใช้เฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้กว่า 2 พันล้านรายนั้นพบว่า มีคนกดไลก์มากกว่า 1.13 ล้านล้านครั้ง ซึ่งเหตุที่ทำให้เรากดไลก์โพสต์ของคนอื่นนั้น เป็นเพราะต้องการให้คุณค่ากับคนที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วยบนโลกโซเชียล นอกจากนี้ ก็ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ “ต่างตอบแทน” ซึ่งกันและกันด้วย เมื่อไปกดไลก์ให้คนอื่น ก็ได้รับการกดไลก์กลับมา ซึ่งเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกันนั่นเอง ไม่ต่างกับ ชอบคอมเมนต์ และแชร์เรื่องราวต่างๆ มีความเชื่อมโยงกับเรื่องจิตวิทยา สามารถอ่านต่อได้ที่ “โดพามีน-ออกซิโทซิน” ตัวการสำคัญทำคนติดโซเชียล สุดท้าย

การเสพติดจากความสัมพันธ์กับผู้อื่น

ไม่ว่าจะเป็น เพศตรงข้าม ความรักใคร่ เพศเดียวกัน โดยโดปามีนมีผลต่อการตกหลุมรักอย่างมากด้วย จากการศึกษาการทำงานของสมองคนที่เริ่มมีความรัก โดยให้ดูภาพคนรักขณะทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging) พบว่าภาพถ่ายสแกนสมองของคนที่อยู่ในช่วงตกหลุมรักขณะที่ได้เห็นภาพคนรักจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับสมองของคนที่ติดสารเสพติด คือสมองส่วนสำคัญในระบบรางวัลได้รับการกระตุ้น ทำให้เกิดพฤติกรรมโหยหา ต้องการไขว่คว้าและเติมเต็มสิ่งที่หิวกระหาย นี่จึงเป็นเหตุผลอธิบายว่า ทำไมคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรักจึงมักจะแสดงอาการคิดถึงคนรักอยู่ตลอดเวลา อยากอยู่ใกล้ๆ สบตา มองหน้า พูดคุย และสัมผัสคนที่ตนเองหลงรัก เพราะทุกการกระทำที่กล่าวมาล้วนเป็นรางวัลที่สร้างความสุข คุ้มค่าท้าทายให้บุกต่อ จนทำให้คนบางคนกลายเป็นคนที่มีพฤติกรรม “ติดแฟน” หรือที่คอซีรี่ส์เรียกกันว่า “คลั่งรัก” นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ โดปามีนจึงมีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า สารเคมีแห่งรัก ใครยังคลั่งรักสามารถอ่านที่นี่

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่มีหลายๆ งานวิจัยพบว่าโดปามีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสพติด เพราะเมื่อกระทำสิ่งใดแล้วได้รับรางวัลที่พึงพอใจ ร่างกายและจิตใจจะยิ่งเรียกร้องโหยหาต้องการสิ่งนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากถูกขัดขวาง หรือไม่ได้รับรางวัลที่เคยได้รับ จะส่งผลให้ความสุขลดลง ระดับโดปามีนก็ลดลงตามไปด้วย

สุดท้ายแต่ถึงจะรักแค่ไหน สนุกแค่ไหน ก็ควรคำนึงถึงสุขภาพ เสพแต่พอเหมาะ สุขแต่พอควร อย่าหักโหมดูกันอย่างต่อเนื่องจนร่างกายทรุดโทรม แค่สร้างสีสันสดใส สร้างแรงบันดาลใจ และความกระชุ่มกระชวยให้กับชีวิตก็เพียงพอแล้ว โดปามีนที่หลั่งออกมาจึงจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง