fbpx

q-o-o-p.com

เชื่อมต่อระหว่างมนุษย์

มนุษย์เกิดมาเปราะบางและพึ่งพาพ่อแม่และคนเลี้ยงดูเพื่อบรรลุความต้องการพื้นฐาน ช่วงวัยเด็กเราค่อยๆ เรียนรู้ผ่านการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง

ซึ่งถือเป็นวิธีการหลักการในการบ่มเพาะทางปัญญาและอารมณ์ เวลาที่เราปฎิสัมพันธ์กัน เรามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรื่อราวกันและกัน สะท้อนความรู้สึกและอารมณ์กับคู่สนทนา กระบวนการดังกล่าว ทำให้สมองมนุษย์เชื่อมโยงกันกับสังคมตั้งแต่ช่วงชีวิตแรก

ธรรมชาติของเราในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ฝักใฝ่ในสังคม คือ ตัวอธิบายความสำเร็จของเทคโนโลยีที่ใช้กันในโซเชียลมีเดีย เราชอบฟังประสบการณ์ส่วนตัวของคนอื่นและบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ในมุมมองของการเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยน

การกระตุ้นให้ค้นหาแรงบันดาลใจ ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ชอบอยู่รวมกันในสังคม เราติดตามเรื่องราวชีวิตผู้คนและเอามาโยงกับชีวิตเรา เพื่อนำในเครือข่ายสังคมเป็นสิ่งที่เราเอามาเป็นเกณฑ์มาตรฐาน เราตั้งเป้าเลียนแบบพฤติกรรมและวิถีชีวิตของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีวิถีชีวิตน่าตื่นเต้นกว่า (ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองสนุกกว่าเยอะ 🧸 )

อีกหัวข้อหนึ่งที่ชอบมาในหนังสือเกี่ยวกับ A.I คือ จุดอ่อนประการหนึ่งของเครื่องจักรคือ เลียนแบบความรู้สึกมนุษย์ไม่ได้ การพัฒนาหุ่นยนต์ล้ำสมัยให้มีผิวหนังเทียมพร้อมเซ็นเซอร์รับรู้ความรู้สึกเพื่อแก้จุดอ่อนดังกล่าว แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การสร้างความรู้สึกสมจริงขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการตีความหมายอามรณ์ที่หลากหลายและซับซ้อนจากการสัมผัสของมนุษย์

แค่สัมผัส มนุษย์อ่านอารมณ์อีกฝ่ายหนึ่งได้แล้ว งานวิจัยของแมททิว ดออร์เทนสไตน์ เปิดเผยว่า เราใช้สัมผัสสื่อสารกับคนอื่นได้แม่นยำถึง 78% เพื่อรับรู้อารมณ์ที่ต่างกัน 8 อารมณ์ แก่ได้ โกรธ กลัว รังเกีย เสียใจ เห็นใจ ขอบคุณ รัก และมีความสุข แต่เป็นเรื่องยุ่งยากมากถ้าต้องสอนให้เครื่องจักรรับรู้อารมณ์เหล่านั้นใครชอบแนะนำดู การอ่านใจคนอื่น

จากหนังสือ marketing 5.0 หน้าที่ 78