Encapsulation เป็นการจัดเตรียมข้อมูลให้มี่ความเหมาะสมสำหรับการสื่อสารของ protocol ในแต่ละระดับชั้น เปรียบเสมือนเรามีจดหมายฉบับหนึ่งที่ต้องการส่งไปให้เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ เราจะต้องทำการนำจดหมายนี้พับใส่ซองและเขียนที่อยู่ของเพื่อนลงบนหน้าซอง การนำจดหมายใส่ซองและเขียนที่อยู่ปลายทางนี้ก็คือการทำ encapsulation นั่นเอง และเมื่อเรานำจดหมายนี้ไปใส่ไว้ในตู้จดหมายและบุรุษไปรษณีย์มาทำการเก็บจดหมายนี้ไปที่ที่ทำการไปรษณีย์ ที่ทำการไปรษณีย์ทำการนำจดหมายทั้งหมดมัดรวมกันแล้วใส่ไว้ในถุงเมล์อากาศแล้วทำการปิดฉลากระบุที่ทำการไปรษณีย์ของเมืองในประเทศปลายทางที่เราต้องการส่ง  การนำจดหมายมัดใส่ถุงเมล์และทำการปิดฉลากระบุก็คือการทำ encapsulation ในอีกระดับหนึ่งของอีก protocol ที่อยู่ต่ำกว่า ซึ่งเราจะเห็นว่าใน protocol แต่ละระดับชั้นจะใช้ข้อมูลเพื่อระบุปลายทางไม่เหมือนกัน พนักงานขนส่งเมล์อากาศจะใช้ฉลากที่อยู่บนถุงเมล์ระบุที่ทำการไปรษณีย์ปลายทาง ในขณะที่บุรุษไปรษณีย์จะใช้ที่อยู่บนซองจดหมายในการระบุปลายทาง 

1. จากในรูปจะเห็นว่าเมื่อ process ที่อยู่บน application layer ของ host หนึ่ง ต้องการจะส่งข้อมูลหรือ message ไปให้อีก host หนึ่ง protocol บน application layer ก็จะทำการส่ง  message นั้นผ่านทาง socket ลงมาให้กับ transport layer

2. transport layer เมื่อได้รับ message แล้ว protocol บน transport layerก็จะทำการตรวจสอบ  message นั้น  ถ้า message  มีขนาดยาวมาก protocol   ก็จะทำการแบ่ง message ออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ เรียกว่า data chunk  แล้วทำการ   encapsulate Data chunk นั้นไว้ใน packet ที่เรียกว่า segment ซึ่งที่ header ของ segment นั้น ก็จะระบุหมายเลข port ของ host ต้นทางและ host ปลายทาง เพื่อใช้ในการระบุที่อยู่ของ process ที่เป็นผู้รับข้อมูลบน host นั้น แล้วทำส่งต่อลงไปให้กับ network layer ต่อไป

3. เมื่อ network layer ได้รับ segment แล้ว ก็จะทำการ Encapsulate segment นั้นไว้ใน packet ที่เรียกว่า datagram ซึ่งบน header ของ datagram ก็มีการระบุหมาย IP ของ host ปลายทาง เพื่อใช้ในการระบุที่อยู่ของ host ที่เป็นผู้รับข้อมูลนั้น แล้วทำการส่งต่อลงไปให้กับ link layer

4. link layer เมื่อได้รับ datagram แล้วก็จะทำการ encapsulate datagram นั้นไว้ใน packet ที่เรียกว่า frame โดยบน header ของ frame ก็จะมีการระบุ mac address ของ node ถัดไปที่จะเป็นผู้รับข้อมูล จากนั้น link layer ก็จะทำการส่งต่อ frame ลงไปให้กับ physical later

5.  physical layer เมื่อได้รับ frame แล้วก็จะทำการ transmiss frame นั้นทีละ bit ออกไปยัง link ที่เชื่อมต่อเข้ากับ internet

6. เมื่อ packet เดินทางมาถึง switch (ดูรูป) physical layer ก็จะทำการรับข้อมูลทีละ bit จนได้ครบทั้ง frame แล้ว ก็จะทำการส่งต่อ frame นั้นขึ้นไปบน link layer เนื่องจาก switch ไม่มี network layer ดังนั้น link layer จะทำการตรวจสอบ mac address ของ node ปลายทางที่ต้องการส่งแล้วทำการส่งต่อไปยัง node ตามที่อยู่ mac address ที่ระบุไว้ (ซึ่ง node ต่อไปก็คือ router ดังในรูป)

7. เมื่อ packet เดินทางมาถึง router (ดูรูป) physical layer ก็จะทำการรับข้อมูลทีละ bit จนได้ครบทั้ง frame แล้ว ก็จะทำการส่งต่อ Frame นั้นขึ้นไปบน link layer ซึ่ง link layer จะทำการ decapsulate fame ได้เป็น datagram แล้วทำการส่งต่อขึ้นไปให้ network layer จากนั้น network layer จะทำการตรวจสอบ ip address ของ node หรือ host ปลายทางที่ระบุบน datagram จากนั้นจึงทำการเลือกเส้นทางส่งข้อมูลที่เหมาะสมแล้วส่งข้อมูลไปตาม node หรือ host ที่ระบุไว้ตาม ip address

8. เมื่อ packet เดินทางมาถึง host ปลายทาง (ดูรูป)  physical layer ก็จะทำการรับข้อมูลทีละ bit จนได้ครบทั้ง frame แล้ว ก็จะทำการส่งต่อ Frame นั้นขึ้นไปบน link layer ซึ่ง link layer จะทำการ decapsulate fame ได้เป็น datagram แล้วทำการส่งต่อขึ้นไปให้ network layer จากนั้น network layer จะทำการ decapsulate datagram ได้เป็น segment แล้วทำการส่งต่อขึ้นไปให้กับ link layer ซึ่ง link layer จะทำการตรวจสอบ port ปลายทางของ segment ว่าต้องส่งไปที่ process ใด แล้วจึงทการส่ง segment นั้นขึ้นไปให้กับ process ปลายทาง  เป็นอันสิ้นสุดกระบวนการ decapsulation